FSCM 2

สรุปการเสวนา Transforming Thailand : How and When

สรุปการเสวนา Transforming Thailand : How and When
หัวข้อ “Thailand’s Transformation through Science, Technology, and Innovation”
ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Thailand_Taking_off_0006

                   มีโอกาสได้ไปฟัง ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเรื่อง Thailand’s Transformation through Science, Technology, and Innovation จากการเสวนาหัวข้อ “Transforming Thailand: How and When” ภายในงานสัมมนา Thailand Taking off to New Heights เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา

ดร. สุวิทย์ เริ่มต้นอธิบายความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศและการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจประเทศให้ไปสู่ความเป็น เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยในปัจจุบันกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะ เทคโนโลยีนวัตกรรม (STI) และการพัฒนาบุคลากรนักวิจัยจนมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของการลงทุนและบุคลากรทางด้านการวิจัยเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงโอกาสและความก้าวหน้าที่จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศให้ไปสู่ Thailand 4.0

โดยในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้วางแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทย ผ่านการสร้าง Key Technologies of National Importance ให้สอดรับกับความต้องการของโลก อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง จึงต้องอาศัยการลงทุนจากภายนอก และความร่วมมือภายในประเทศ ซึ่งดำเนินการควบคู่ไปกับการปฏิรูปงบประมาณในการจัดซื้อ จัดจ้าง การขึ้นบัญชีนวัตกรรมและการวิจัย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น

ในส่วนของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป้าหมายในอนาคตนั้น  จะประกอบไปด้วย 3  Platform ดังนี้

  1. Bio Digital Platform : เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีจุดแข็งในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ลงทุนในเรื่องของ Bio Bank ที่มีทั้งพืช สัตว์ ที่จะสามารถนำไปต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้ง Life Innovation , Bio Medicine , precision agriculture โดยในส่วนของ Bio Digital จะตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า BIOPOLIS
  2. Cyber Physical Platform : จะตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า ARIPOLIS ที่ย่อมาจาก Automation Robot และ Intelligence ที่จะตอบโจทย์ในเรื่องของ Cyber Physical ในอนาคต โดยบริเวณนี้จะเป็นศูนย์รวมของนวัตกรรม 3 อย่างก็คือ sensing innovation , Computing Innovation และ System & Service Innovation ที่จะช่วยในส่วนของการพัฒนาอุตสาหกรรม Soft Defense เพื่อป้องกันประเทศ อีกด้วย
  3. Earth Space Platform : จะตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า SPACE KRENOVAPOLIS ที่ชลบุรี ในส่วนนี้จะเน้นในเรื่องของการพัฒนา Space Technology เป็นสำคัญ aviation technology และการพัฒนาอุตสาหกรรม Soft Defense เพื่อป้องกันประเทศบางส่วน

นอกเหนือจากยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป้าหมายในอนาคตทั้ง 3 Platform ข้างต้นแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  ผ่านการลงทุนในเรื่องของ Area of Innovation โดยสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  1. เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECI) : ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่อยู่ภายใต้ EEC เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาให้ไปสู่ระดับโลก โดยเฉพาะในเรื่องวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม โดย EECI จะตั้งอยู่ใน 2 พื้นที่ คือพื้นที่วังจันทน์ จังหวัดระยอง และพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี และเป็นพื้นที่ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป้าหมายทั้ง 3 Platform ดังนั้นพื้นที่นี้จึงมีคุณลักษณะพิเศษหลายประการ โดยพื้นที่นี้เป็นบริเวณที่จะเชิญชวนให้มาลงทุนในเรื่องของ frontier research และจะอาศัย frontier research ในการพัฒนา Translational research เพื่อเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่างๆทั้งภายในและนอก EEC  นอกจากนี้รัฐบาลได้พยายามพัฒนาในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างในงานวิจัย(research procurement) , การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเขต Regulatory & Technology Sandbox และยังมีการพัฒนาในส่วนของ Testing center เพื่อสร้างNational Quality Infrastructure อย่างครบครัน
  2. เขตนวัตกรรมเฉพาะทาง เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งทางด้านอาหาร จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านอาหารจึงได้ตั้ง Food Innopolis ขึ้น โดยจะทำงานเพื่อส่งเสริมและดูแลในส่วนของ Future Food เป็นหลัก โดยมีสถาบันต่างๆ ศูนย์วิชา และภาคเอกชนระดับโลกเข้ามาร่วมด้วยกว่า 40 ราย และกำลังจะเข้าสู่ Phase ที่ 2และ 3 ที่จะขยายตัวออกจากอุทยานวิทยาศาสตร์ที่รังสิต ไปสู่ Regional Science Park ตามภาคต่างๆ และจะมีการพัฒนาในส่วนเฉพาะทางด้านอื่นตามมาในภายหลัง
  3. เขตนวัตกรรมระดับภูมิภาค ปัจจุบันเราได้มีการตั้ง Regional Science Park ขึ้นทั้งหมด 3 แห่ง และกำลังจะพัฒนาแห่งที่ 4 ทั้งภาคเหนือ ใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาลัยกว่า 13 แห่งแล้ว โดยปัจจุบันตั้งอยู่ที่ มหาลัยเชียงใหม่ 1 แห่งในภาคเหนือ ที่มหาลัยขอนแก่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 แห่ง และที่มหาลัยสงขลานครินทร์ ที่ภาคใต้อีก 1 แห่ง โดยกำลังจะเปิดอีกหนึ่งแห่งที่นครราชสีมา

การลงทุนในเรื่องของ Area of Innovation ที่เกิดขึ้นนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้สนใจในทุกระดับ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลกำลังลงทุนอย่างหนักในส่วนของ National Quality Infrastructure มีการผลักดันในเรื่องของบัญชีนวัตกรรม การจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะ research procurement  การพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้แก่นักวิจัยให้มากขึ้น และกำลังขับเคลื่อนเรื่องของการสนับสนุน Start up ให้มากขึ้น ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราพยายามเอื้อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมให้ไปตอบโจทย์ Thailand 4.0  และไปสู่ความเป็น เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ให้มากที่สุด

รับชมการเสวนาฉบับเต็ม : https://goo.gl/zedfxX