FSCM 1

สรุปปาฐกถาพิเศษ “ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทยและความท้าทายอย่างต่อเนื่อง”

สรุปปาฐกถาพิเศษดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
หัวข้อ “ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทยและความท้าทายอย่างต่อเนื่อง”

327793

“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโฉมหน้าใหม่ทางเศรษฐกิจไทยในทศวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยจะสามารถทะยานไต่ระดับให้สูงขึ้นไปได้อีก และจะสามารถกระจายความมั่งคั่งไปสู่ทุกภาคส่วนของสังคมได้ดีกว่าในอดีตที่ผ่านมา” 

โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี 19 มีนาคม 2561

 

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  ภายใต้ชื่อ Thailand Taking off to New Heights เพื่อสร้างความเข้าใจและทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย ภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ รวมไปถึงการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยจึงอยากจะเอาข้อมูลบางส่วนมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ทราบ

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทยและความท้าทายอย่างต่อเนื่อง” ได้พูดถึงโอกาสที่เปิดกว้างของประเทศไทยที่จะพลิกโฉมไปสู่ความเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของโลก โดยโอกาสที่ว่านั้นมีอยู่ 3 ประการ ดังนี้

  1. ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังส่งสัญญาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังประสบกับภาวะถดถอยมาระยะหนึ่ง ทั้งในอเมริกา ญี่ปุ่น รวมไปถึงประเทศคู่ค้าต่างๆในอาเซียนด้วยเช่นกัน
  2. การเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงมาสู่ตะวันออกเพิ่มขึ้น เอเชียจึงเป็นตลาดสำคัญที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นความหวังใหม่ของโลก เห็นได้จากการที่ความร่วมมืออินโดแปซิฟิกได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงความสนใจที่มีต่อประเทศ CLMVT ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
  3. การที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ในภาวะที่สงบเรียบร้อยและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

นี่จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทยที่จะดำเนินการลงทุนในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจเติบโตยิ่งขึ้นโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน  นี่จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโฉมหน้าใหม่ทางเศรษฐกิจไทยในทศวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยจะสามารถทะยานไต่ระดับให้สูงขึ้นไปได้อีก และจะสามารถกระจายความมั่งคั่งไปสู่ทุกภาคส่วนของสังคมได้ดีกว่าในอดีตที่ผ่านมา ภายใต้การสนับสนุนการลงทุนในเชิงยุทธศาสตร์ 3 กลุ่มใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

  1. การลงทุน Mega project ขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการรถไฟ  การพัฒนาโครงการท่าอากาศยานขนาดใหญ่และตามจังหวัดย่อยต่างๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวให้สู่เมืองรองเพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านพลังงานด้วย
  2. การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้มีความพร้อมสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการซ่อมแซม ผลิตอุปกรณ์ อะไหล่ และศูนย์กลางการบินระดับโลก , การสร้าง Bio Economy , การพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมการใช้ปิโตรเคมีเป็นพื้นฐานในการผลิต , การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต รวมถึงการพัฒนาระบบ Logistics อย่างครบวงจร
  3. การขับเคลื่อนการพัฒนาจาก Analog ไปสู่ Digital ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 โดยอาศัยการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วยในการปรับเปลี่ยนระบบ, โครงสร้าง , พฤติกรรมการบริโภค ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลทั้ง ระบบอินเตอร์เน็ต , ระบบ E- Commerce , ระบบ E-Govermnent , E-Tax System ซึ่งจะช่วยสร้างให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและไปสู่ความเป็นสมาร์ทเอสเอ็มอีและ smart economic ในอนาคต

         อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากมิตรประเทศในการช่วยพลิกโฉมประเทศไทย  โฉมใหม่ทางเศรษฐกิจของไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะนำพาประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ทันสมัย เข้มแข็ง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

รับชมปาฐกถาฉบับเต็ม : https://goo.gl/4yNBpu