
ข้อบังคับ
สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย
แก้ไขเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2549
-----------------
หมวดที่ 1
บททั่วไป
1.ชื่อของสมาคม
สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า THE FOOD SCIENCE & TECHNOLOGY ASSOCIATION OF THAILAND คำว่า สมาคม ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย ชื่อย่อภาษาไทย ส.อ.ท. ชื่อย่อภาษาอังกฤษ FoSTAT
2.ที่ตั้งสำนักงาน
สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ห้อง 407 ชั้น 4 อาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) c/o ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 6 พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0 2644 8085 โทรสาร 0 2 644 8101

3.ดวงตราของสมาคม
ดวงตราของสมาคมนี้มีเครื่องหมายเป็นรูปโรงงานซึ่งมีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ปรากฏอยู่ด้านบนชื่อย่อสมาคมที่เป็นภาษาอังกฤษ FoSTAT ภายในอักษรชื่อย่อของสมาคมตัวที่ 2 มีลายเป็นรูปโครงสร้างทางเคมีของโมเลกุลซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลมใหญ่ตรงกลาง 1 วงเชื่อมกับวงกลมเล็กจำนวน 6 วงกระจายอยู่รอบวงกลมใหญ่
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์
4.วัตถุประสงค์ของสมาคม
วัตถุประสงค์ของสมาคมมีดังนี้
4.1 ส่งเสริมวิชาการการค้นคว้า และการปฏิบัติงานทางวิทยาการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทาง
อาหาร โดยปรับปรุงความสามารถการให้การศึกษาหาความรู้ทางด้านบริการ และเพิ่มพูนสมรรถภาพของผู้ประกอบวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางอาหารให้เจริญก้าวหน้า
4.2 สนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาวิธีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารในประเทศไทย
4.3 ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่สมาชิกในงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร
4.4 แลกเปลี่ยน สาธิต เผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า วิจัย ตลอดจนข่าวสารทางวิชาการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อาหารทั้งในและนอกประเทศ
4.5 จัดทำโครงการและเสนอข้อแนะนำแก่ทางรัฐบาลในการพัฒนาเทคโนโลยีของ อุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย
4.6 เป็นศูนย์กลางในการให้ความร่วมมือกับรัฐบาล สมาคม องค์การ สถานศึกษา และสถาบันอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ ในงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร
4.7 รวบรวมความรู้ของสมาชิกสำหรับนำไปใช้ในการส่งเสริมสวัสดิการสาธารณะและผู้บริโภค
4.8 ส่งเสริมความสามัคคีในระหว่างบรรดาสมาชิก ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับด้านการเมืองอย่างใดทั้งสิ้น
4.9 สมาคมฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการในทางการเมือง
หมวด 3
สมาชิกและสมาชิกภาพ
5.ประเภทสมาชิก
สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกกิตติมศักดิ์ และอนุสมาชิก
6.คุณสมบัติของสมาชิก
สมาชิกแต่ละประเภทต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
6.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่
ก. บุคคลผู้สำเร็จการศึกษาอุตสาหกรรมทางอาหาร
ข. บุคคลที่เคยปฏิบัติหรือกำลังปฏิบัติหน้าที่ในแขนงงานหรือเกี่ยวข้องกับงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางอาหารในวงการต่างๆทั้งของภาครัฐบาลและเอกชน
ค. ผู้ที่เป็นสมาชิกวิสามัญไม่ต่ำกว่า 3 ปี และแสดงความจำนงขอเปลี่ยนไปเป็นสมาชิก สามัญ
6.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่
ก. บุคคลที่สนใจในวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมอาหาร
ข. บุคคลหรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจทางอุตสาหกรรม หรือพาณิชยกรรมอันเกี่ยว เนื่องกับอุตสาหกรรมอาหาร
ค. สถาบันการศึกษา สถาบันวิชาการที่มีการเรียน การสอน วิจัย ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร
6.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่
ก. บุคคลผู้ที่ให้ความร่วมมือช่วยส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมอาหาร และคณะกรรมการลงมติเห็นสมควรให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ และบุคคลนั้นตอบรับคำเชิญ
ข. บุคคลที่ทรงคุณวุฒิทางวิทยาศาสตร์ทางอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งคณะกรรมการลงมติเห็นสมควรให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
6.4 อนุสมาชิก ได้แก่
นิสิต นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย
7.คุณลักษณะของผู้ที่จะเป็นสมาชิก
นอกจากจะมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6.1 หรือ 6.2 แล้ว ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยังต้องประะกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้
7.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
7.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ หรือผู้ไร้ความสามารถ
7.3 ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่มีโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท
7.4 ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม
7.5 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
ในกรณีที่เป็นนิสิตนักศึกษา ห้ามมิให้นำข้อความในข้อ 6.1 มาใช้บังคับ
8.การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
8.1 ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญของสมาคม จะต้องยื่นใบสมัครต่อนายทะเบียนสมาคม
8.2 อนุสมาชิกของสมาคม ต้องยื่นใบสมัครต่อสมาคมพร้อมหนังสือรับรองสถานภาพนิสิต นักศึกษา จากหัวหน้าภาควิชาหรือเทียบเท่า
9.การพิจารณาใบสมัครเข้าเป็นสมาชิก
ให้นายทะเบียนสมาคมนำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมในคราวต่อไป ครั้งแรกหลังจากได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการของสมาคมมีมติให้รับหรือไม่ รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้นายทะเบียนสมาคมแจ้งให้ผู้สมัครผู้นั้นทราบภายในกำหนดเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้ลงมติ
10.วันเริ่มสมาชิก
สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเรียบร้อยแล้ว และนับอายุสมาชิกจนกว่าจะขาดจากสมาชิกภาพ ยกเว้นกรณีของอนุสมาชิกซึ่งจะมีอายุสมาชิกนับถึงวันที่ 31 มี.ค.
ของปีถัดไป
11.สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล
สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลจะต้องแต่งตั้งผู้แทน 1 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ เพื่อปฏิบัติการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น ในการนี้ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนหรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้
12.การขาดจากสมาชิกภาพ
สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
12.1 ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
12.2 ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 แล้วแต่กรณี
12.3 ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการของสมาคมและได้ชำระหนี้สินที่ค้าง ชำระแก่สมาคมเรียบร้อยแล้ว
12.4 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
12.5 ถูกศาลสั่งให้เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ
12.6 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดขั้นลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
12.7 คณะกรรมการของสมาคมลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยคะแนน เสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้
12.7.1 เจตนากระทำการใดๆที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียง
12.7.2 เจตนาละเมิดข้อบังคับของสมาคม
13.ทะเบียนสมาชิก
ให้นายทะเบียนสมาคมจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคม
หมวด 4
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง
14.ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
14.1 สมาชิกสามัญประเภทบุคคลตลอดชีพจะต้องชำระค่าลงทะเบียนรายละ 2,000 บาท สำหรับสมาชิกสามัญประเภทนิติบุคคลตลอดชีพ จะต้องชำระค่าลงทะเบียนรายละ 5,000 บาท
14.2 สมาชิกวิสามัญประเภทบุคคลตลอดชีพจะต้องชำระค่าลงทะเบียนรายละ 2,000 บาท สำหรับสมาชิกวิสามัญประเภทนิติบุคคลตลอดชีพ จะต้องชำระค่าลงทะเบียนรายละ 5,000 บาท
14.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง
14.4 อนุสมาชิกจะต้องชำระค่าบำรุงปีละ 100 บาท
15.กำหนดการชำระค่าลงทะเบียนสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม
สมาชิกสามัญสมาชิกวิสามัญและอนุสมาชิกจะต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งให้ทราบมติยืนยันการรับเข้าเป็นสมาชิกสมาคม เงินค่าลงทะเบียนและเงินค่าบำรุงสมาคมเมื่อได้ชำระต่อสมาคมแล้วจะเรียกคืนมิได้
|