คุณ ว 2-01

Exclusive Talk : สแตนเลสที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร Part 2

สแตนเลสที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

คุณวรปัญญา สุธานุภาพวุฒิ
Committee – EHEDG Thailand Regional Section

 

ผู้สัมภาษณ์ : มีคำแนะนำอะไรที่จะให้ผู้ประกอบการเขาดูแลรักษาเครื่องมือเครื่องใช้สแตนเลสให้สามารถอยู่ได้ยาวนานโดยที่ยังคงความปลอดภัยอยู่บ้างคะ
คุณวรปัญญา  : ก็เรื่องหลักเลยก็เป็นเรื่องความมีวินัยในการใช้งานกับวัสดุที่เป็นสแตนเลสสตีลนะครับ  ถ้าผู้ประกอบการมีความเข้าใจว่า ต้องดูแล ต้องเก็บรักษาอย่างไร ทุกอย่างก็จะใช้ได้ยาวนานและไม่เปลืองงบประมาณ สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงเป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจ
ผู้สัมภาษณ์ : มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับวัสดุสแตนเลสที่อยากแชร์ให้คนอื่นได้ทราบไหมคะ
คุณวรปัญญา  : ตอนนี้หลักๆที่พบเจอ ก็จะเป็น

·       เรื่องของความรู้ความเข้าใจในเรื่องสแตนเลสพื้นฐานที่ยังไม่ดีพอจึงเกิด มีการถ่ายทอดเป็นความเชื่อแทนที่จะเป็นเรื่องของหลักการ

·       ส่วนอีกประเด็น ก็จะเป็นเรื่องของการปลอมมาตรฐาน หรือว่า เป็นการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องไม่ตรงกับเกรด จะบอกว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่มันเริ่มตั้งแต่คนขาย มีการสลับเกรดหรือแหล่งผลิต แล้วก็สวมใบรับรองก็มี

·       เรื่องของการทำสัญลักษณ์ กรณีที่ซื้อมา 1 แผ่น ตัดไปแล้วครึ่งหนึ่ง ไม่มีการทำสัญลักษณ์บอกแล้วก็เก็บไม่ดี  พอวันหน้าเอามาใช้ก็เข้าใจว่าเป็นอีกเกรดพอนำไปใช้แล้วก็เลยมีปัญหา

ผู้สัมภาษณ์ : แล้วการเก็บรักษาที่ดีนั้น หมายถึงอย่างไรบ้าง
คุณวรปัญญา  : ·       ในเรื่องการเก็บรักษามันจะอยู่ที่ผู้ที่ผลิตเครื่องจักรหรือฝ่ายซ่อมบำรุง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราซื้อท่อมาท่อนหนึ่งยาว 6  เมตร ดังนั้นผู้ใช้งานจะต้องมีในส่วนของ Transfer mark คือว่าต้องมีการระบุว่า ท่อหมายเลขนี้ ทนความร้อนได้เท่านี้ เกรดนี้ ขนาดนี้ ทำให้เวลาที่ใครมาหยิบใช้ก็จะรู้ว่าที่มาของมันคืออะไร ซึ่งจริงๆแล้วหลักการมันก็จะคล้ายกับเรื่อง ISO กับเรื่องระบบทั้งหลาย

·       ถัดมาจะเป็นเรื่องของวินัยในการทำงานระหว่าง สแตนเลส คน เครื่องมือ การเก็บรักษา  พอเราเข้าใจในเรื่องพื้นฐานของสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในสแตนเลสแล้วการป้องกันเขาก็จะเข้าใจดี

ผู้สัมภาษณ์ : กรณีที่ท้องตลาดมีการเจอสแตนเลสปลอม ที่จะมี 201 หรือ 210 อะไรพวกนี้ ตรงนี้ก็อยากจะขอความชัดเจนจากคุณวรปัญญาหน่อยค่ะ แล้วผู้ประกอบการควรทำตัวอย่างไร
คุณวรปัญญา  : ความจริงมันเกิดมากว่า 10 กว่าปีแล้ว อันที่จริงแล้วสแตนเลสไม่มีปลอม เพราะสแตนเลสที่ผลิตและนำเข้ามาขายหรือที่ผลิตในไทย ทุกคนผลิตที่โรงงานซึ่งก็ผลิตตามเกรดของเขาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ปลอมก็คือว่า ผู้ขายหรือคนที่ขายวัสดุให้กับผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอาหาร หรือเป็นผู้ผลิตเครื่องจักร ถ้าผู้ขายมีการไปปลอมปนว่าจากเกรด 201 บอกว่าเป็น 304  ซึ่งเขาอาจจะเข้าใจว่าใช้ในจุดที่ไม่ซีเรียส แล้วคนใช้งานก็ไม่ได้ตรวจสอบหรือไม่ได้เข้าใจจุดนี้   พอนำไปงานใช้งานก็เลยเกิดปัญหาขึ้นมา  ตรงนี้เป็นเรื่องของของระบบ Supply ที่ว่ามีผู้ขายที่เห็นช่องทางตรงนี้นะ  เข้าใจว่าพวกเขาบางรายก็อาจจะไม่เข้าใจ  แล้วก็บางรายส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจแต่ตั้งใจที่จะปลอม หรืออาจจะสื่อสารกันไม่ดี อย่างเช่น ฝ่ายจัดซื้อบางบริษัทอาจจะมองว่าราคาถูก แล้วคนขายก็อาจจะแนะนำว่าเป็นสแตนเลสเหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้เข้าใจเรื่องเกรดของแต่ละชนิด ก็เลยเข้าใจว่าซื้อสแตนเลสธรรมดาทั่วๆไป
ผู้สัมภาษณ์ : แบบนี้พอจะมีอะไรยืนยันได้ไหม  ว่าสแตนเลสที่ซื้อมาว่าเป็นสแตนเลสเกรดไหน
คุณวรปัญญา  : โดยมาตรฐานเนี่ยผู้ผลิต  เขาจะมี MU certificate ซึ่งก็จะโชว์ Heat Number  ตัวรหัสนี้ก็จะถูกทำเครื่องหมายอยู่ บนอุปกรณ์ที่เขาผลิตออกมา  แล้วก็ใบรังรองตัวนี้จะอยู่ที่ผู้ขายหรือ supplier นะ ดังนั้นขั้นต้นถ้าแบบถูกต้องเมื่อเราซื้อวัสดุมาแล้วขอ MU certificate ด้วยนะครับ

คนรับ MU certificate ก็คือเราก็ดูว่ามีโชว์ Heat Number ตรงกับของที่เราเอาเข้ามา อันนี้คือเป็นระบบทั่วๆไปที่จะดูได้นะครับ

ผู้สัมภาษณ์ : แบบนี้เราทำยังไงคะสามารถตรวจสอบอะไรได้บ้าง
คุณวรปัญญา  : เขาจะมีตัวตรวจสอบเป็นตัวเขาเรียกว่า PMI    (positive matual indicator) มันจะเป็นเครื่องมือที่มี 2 แบบ

·       แบบใช้รังสีเอ็กสเรย์ หรือ gramma ray

·       แบบใช้เป็นเลเซอร์ ซึ่งมันเคลื่อนที่ได้เอาไปจ่อที่ตัววัสดุแล้วก็ยิงมันก็จะโชว์ออกมาว่ามีค่าดครเมี่ยม เท่าไหร่ นิกเกิลกี่เปอร์เซ็น เทียบแล้วมาตรฐานอะไรซึ่งตัวนี้ราคาค่อนข้างสูง

ผู้สัมภาษณ์ : อันนี้มีหน่วยงานที่เขารับตรวจบ้างคะ
คุณวรปัญญา  : มีครับ อย่างเช่นลองติดต่อ ศิวะเทสติ่งเขาก็มีนะ เขาจะบริการเป็นวัน ว่าวันหนึ่งมาเราจะยิงกี่ sampling ก็ว่ากันไป อันนี้คือการทดสอบแบบไม่ทำลายแล้ว  ในอดีตเราต้องตัดชิ้นงานประมาณ 2 นิ้วคูณ 2 นิ้วแล้วก็ส่งเข้า ห้องทดลองที่มีเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ซึ่งในอดีตมีน้อยมากจะอยู่ตามมหาลัยแล้วก็สถาบันพัสดุ

 

ย้อนกลับไปเมื่อกี้นะครับว่าถ้าเจอผู้ประกอบการหรือ supplier ที่ขายของแล้วทำไม่ถูกต้องเรื่องที่ทำได้คือ การเลิกซื้อ ถ้าผู้ประกอบการมีวิสัยทัศน์เช่นนั้นเราคงไว้ใจไม่ได้นะครับ  ถ้าระบบของ supplier ไว้ใจไม่ได้ ก็จะทำให้เราก็ต้องไปตรวจทุกครั้งมันเป็นต้นทุนแล้วก็เวลาที่เยอะเสียเวลาพอสมควรนะครับ

ผู้สัมภาษณ์ : ขอบคุณ คุณวรปัญญามากค่ะ