เข็มกลัด 5

ฉลองครบรอบ 15 ปี เวที FoSTAT-Nestlé Quiz Bowl พัฒนานักวิทยาศาสตร์อาหาร ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของไทยจากรุ่นสู่รุ่น

เพราะอาหารและโภชนาการคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มีอาหารและโภชนาการเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งประชากรโลกที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงได้จับมือกับสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (โฟสแตท) จัดการแข่งขัน FoSTAT-Nestlé Quiz Bowl” มาเป็นระยะเวลาถึง 15 ปี ซึ่งเป็นกิจกรรมตอบปัญหาวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารระดับประเทศ ที่มีตัวแทนนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งกันปีละกว่า 200 คน โดยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมามีนักวิทยาศาสตร์อาหารเข้าร่วมในเวทีการแข่งขันนี้มาแล้วกว่า 3,400 คน

ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี คณะผู้จัดงานได้จัดกิจกรรมพิเศษรวมรุ่นนักวิทยาศาสตร์อาหารจาก 15 รุ่นที่เคยผ่านเวทีการแข่งขัน FoSTAT-Nestlé Quiz Bowl มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเส้นทางของนักวิทยาศาสตร์อาหาร และเรื่องราวความประทับใจที่ได้รับจากการแข่งขัน FoSTAT-Nestlé Quiz Bowl พร้อมฝากข้อคิดดีๆ และส่งกำลังใจให้กับน้องนักวิทยาศาสตร์อาหารรุ่นใหม่ ให้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนแวดวงอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

Testimonial 1

เริ่มจาก คุณยุวเรศ มลิลา ตัวแทนทีมชนะเลิศปี 2548 ปัจจุบันเป็นนักวิจัยที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ BIOTEC เล่าถึงแรงจูงใจและประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขันว่า “ตอนนั้นที่ลงแข่งเพราะอยากทดสอบความรู้ของตัวเองและรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ต้องขอขอบคุณโฟสแตทและเนสท์เล่ ที่จัดการแข่งขันนี้ขึ้นมา ทำให้เราเห็นว่าในวงการนี้มีคนเก่งๆ เยอะ เราต้องผลักดันตัวเอง พัฒนาตัวเองมากขึ้น ส่วนตัวก็มองว่าวิทยาศาสตร์ด้านอาหารนั้นสำคัญ ตอนนี้รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งจะทำให้มีการใช้การวิจัยและพัฒนาในทุกอุตสาหกรรม เมืองไทยเราเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบทางการเกษตรมากมาย แต่เมื่อนำวัตถุดิบไปจำหน่ายแล้วก็ไม่ได้ราคาสูงนัก หากเราใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เราก็จะต่อยอดและเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบได้มากขึ้น ผลผลิตของเกษตรกรก็จะมีราคาสูงขึ้น อยากฝากถึงน้องๆ นักวิทยาศาสตร์อาหารรุ่นใหม่ว่าเทคโนโลยีสาขานี้นั้นก้าวหน้าไปเรื่อยๆ น้องๆ ต้องรู้ให้ลึก รู้ให้จริง รู้ให้กว้าง เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศได้มากค่ะ”

 

Testimonial 2

คุณสุธาวัลย์ เจริญประเสริฐ ทีมชนะเลิศแชมป์ปี 2549 ปัจจุบันทำงานเป็นนักวิเคราะห์โครงการ
ที่ สวทช. ได้แบ่งปันประสบการณ์ในครั้งนั้นว่า “ตอนนั้นที่มาแข่งรู้สึกกดดันมาก เพราะรุ่นพี่ได้แชมป์มาสามปีแล้ว ตอนคำถามสุดท้ายนี่ยิ่งกดดันมาก แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ในการแข่งขันได้พบกับเพื่อนๆ ต่างมหาวิทยาลัย เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ไอเดียใหม่ๆ กัน นอกจากนั้นตอนที่ได้ไปดูงานที่สิงคโปร์ก็รู้สึกทึ่งมากว่าทั้งๆ ที่ประเทศเขาไม่มีทรัพยากรเกษตรใดๆ เลย แต่กลายเป็นแหล่งวิจัยการผลิตที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ วันนี้ผ่านมา 15 ปีแล้ว รู้สึกความรู้สาขานี้ยังสำคัญเสมอ สุดท้ายอยากฝากถึงรุ่นน้องว่าการทำงานในสายงานนี้ควรมีจรรยาบรรณในวิชาชีพของเรา ซื่อตรงกับผู้บริโภคในการตรวจสอบรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ไม่กล่าวเกินจริงค่ะ”

Testimonial 3 (003)

คุณปริสา สนธิ ตัวแทนทีมชนะเลิศปี 2553 ปัจจุบันเป็นนักวิชาการที่ธนาคารนมแม่ โรงพยาบาลศิริราช
เล่าว่า “ตอนนั้นเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ โครงการนี้ทำให้ได้ความรู้กว้างในระดับประเทศ  นอกเหนือจากในตำราเรียน ได้อ่านหนังสือติวกันและนำความรู้รอบตัว ได้ฝึกความสามัคคี ต้องมีการชั่งน้ำหนักเหตุผลและความเร็วในการตอบคำถาม และได้เจอเพื่อนๆ ในสาขาเดียวกันค่ะ มองว่า อาหารเป็นปัจจัยสี่ที่เราต้องกินทุกวัน เพราะอาหารเสื่อมเสียได้ จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยถนอมอาหาร เพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร คงสภาพให้อาหารคงรูปได้ ดังนั้น เทคโนโลยีอาหารจึงมีความสำคัญในชีวิตประจำวันมากค่ะ ส่วนตัวได้นำเอาความรู้ที่ได้มาใช้ในงานที่ทำอย่างตอนนี้ดูแลด้านน้ำนมแม่ ก็นำความรู้ในการพาสเจอร์ไรซ์ เราจะใช้อุณหภูมิยังไง ใช้เวลาเท่าไหร่ จะสามารถคงคุณค่าของสารอาหารในน้ำนมแม่ไว้ได้ มีการถนอมอาหาร ฆ่าเชื้อได้ มีขั้นตอนและสิ่งที่เราต้องควบคุมเพื่อให้น้ำนมปลอดภัยต่อผู้บริโภค ต่อคนไข้ของเรา เนื่องจากรัฐอาจจะมีงบจำกัด เอกชนอย่างเนสท์เล่ที่เป็นบริษัทระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับงานด้านบุคคลากร ซึ่งเป็นตัวหลักในการพัฒนา เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมากอยากให้เนสท์เล่สนับสนุนต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ อยากฝากถึงน้องๆ ที่จะมาแข่งขันในรุ่นต่อๆ ไปว่า ไม่ต้องนึกถึงผลแพ้ชนะ แต่อย่างน้อยการที่เราได้เป็นตัวแทนมาแข่งขัน ก็ถือเป็นการประสบความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว เราควรทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่และศึกษาหาความรู้ทั้งในตำรานอกตำรา รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อฝึกฝนฝึกทักษะของเราเอง จะได้สนุกกับกิจกรรมไม่ต้องเครียด เชื่อว่า จะได้ความรู้และประสบการณ์ที่ดีมากๆ กลับไปแน่นอนค่ะ”

 Testimonial 4

คุณกุลนันท์ จิตตวนิชประภา ตัวแทนทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ปี 2555 ปัจจุบันเป็น Regulatory & Scientific Affairs Specialist บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด  ได้บอกเล่าเรื่องราวในครั้งนั้นว่า “การแข่งขันทำให้นักศึกษาได้พัฒนาตัวเอง และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้ ตอนนั้นก็มีรุ่นพี่ที่เป็นแรงบันดาลใจของเรา คำถามบางคำถามก็มาจากอุตสาหกรรมจริงๆ  ทำให้เรานำความรู้มาต่อยอดได้ เมื่อเรียนจบก็ได้มาทำงานที่เนสท์เล่ค่ะ มองว่าวิทยาศาสตร์อาหารสำคัญมาก เพราะประเทศเราเป็นแหล่งวัตถุดิบการเกษตร หากเราใช้เทคโนโลยีแปรรูปอาหาร ก็จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่นำรายได้สู่ประเทศมากมาย สิ่งที่เราได้รับจากการแข่งขัน นำมาปรับใช้กับการทำงานในปัจจุบันได้เสมอ ปีนี้ครบรอบ 15 ปีแล้ว ก็รู้สึกว่าดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ อยากให้มีการจัดการแข่งขันต่อไป เพราะทำให้นักศึกษาในสายนี้ได้ตื่นตัวเกี่ยวกับวงการนี้ และอยากเชิญน้องๆ มาร่วมการแข่งขันนี้ และพัฒนาศักยภาพตัวเองให้เป็นนักวิทยาศาสตร์อาหารที่มีความสามารถ มาช่วยกันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไปค่ะ”

 

เนสท์เล่ สนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าวมาตลอดระยะเวลา 15 ปี เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคต ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตนักศึกษาก้าวสู่การเป็นบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารที่มีคุณภาพของประเทศ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการนำความรู้ทางด้านโภชนาการมาเผยแพร่ให้กับสังคม และพัฒนาวงการอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าในระดับสากล